ขายดีคู่มือ
คำนวณลวดเชื่อม ต้องซื้อกี่กิโลสำหรับงานหนึ่งงาน
คำนวณปริมาณลวดเชื่อมที่ต้องซื้อด้วยการทดลองเชื่อมจริงหรือคำนวณจากหน้าตัด พร้อมตัวอย่างแนวเชื่อมฟิลเลต และวิธีสั่งซื้อแบบเผื่อการสูญเสียอย่างเป็นระบบ
เริ่มจากหาน้ำหนักเนื้อเชื่อมที่งานต้องการ แล้วหารด้วยประสิทธิภาพการเติมโลหะ เพราะลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์มีเพียงประมาณ 65-75% ที่กลายเป็นเนื้อเชื่อม วิธีที่เชื่อถือได้ที่สุดคือทดลองเชื่อมกับรอยต่อจริง วัดความยาวและชั่งหรือนับลวดที่ใช้ ก่อนขยายผลตามความยาวงาน
📌 Key Takeaways
- น้ำหนักลวดที่ซื้อไม่เท่ากับน้ำหนักเนื้อเชื่อม เพราะมีการสูญเสียจากสารพอกหุ้ม สะเก็ด และเศษปลายลวด
- เอกสาร WLD 225 ของ Portland Community College ระบุประสิทธิภาพการเติมโลหะของลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ประมาณ 65-75%
- วิธีทดลองเชื่อมจริงเหมาะที่สุดสำหรับการทำใบสั่งซื้อ เพราะรวมสภาพรอยต่อ ท่าเชื่อม และฝีมือช่างของหน้างาน
- หากยังทดลองไม่ได้ ให้คำนวณจากพื้นที่หน้าตัดแนวเชื่อม ความยาว และความหนาแน่นของเหล็ก แล้วปัดขึ้นตามหน่วยบรรจุ
- ThaiBuyTools รับให้คำปรึกษาและเสนอราคาลวดเชื่อมแบบยกแพ็คสำหรับงานโรงงานและโครงการ
ทำไมลวดที่ซื้อไม่ได้กลายเป็นเนื้อเชื่อมทั้งหมด
ลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ประกอบด้วยแกนลวดและสารพอกหุ้ม เมื่อเชื่อมแล้ว น้ำหนักทั้งหมดไม่ได้ไหลเข้าสู่แนวเชื่อม ส่วนหนึ่งกลายเป็นสแลก ส่วนหนึ่งสูญเสียเป็นสะเก็ด และส่วนที่ช่างจับคีมไว้จะเหลือเป็นเศษปลายลวด
เอกสาร WLD 225 ของ Portland Community College อธิบายว่า ลวดเชื่อมที่ใช้มีประมาณ 65-75% เท่านั้นที่กลายเป็นเนื้อเชื่อม ค่าดังกล่าวเรียกว่า ประสิทธิภาพการเติมโลหะ (deposition efficiency) ส่วนที่สูญเสียรวมกันอยู่ที่ประมาณ 25-35% จากสารพอกหุ้ม สะเก็ด และเศษปลายลวด
เอกสารเดียวกันใช้เศษปลายลวดยาวประมาณ 2 นิ้ว หรือประมาณ 5 ซม. เป็นค่าทั่วไปที่สมเหตุสมผลสำหรับงานเชื่อมด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ หากช่างทิ้งปลายลวดยาวกว่านี้ น้ำหนักลวดที่ใช้จริงย่อมเพิ่มขึ้น แม้ความยาวแนวเชื่อมจะเท่าเดิม
ด้วยเหตุนี้ การเอาน้ำหนักเนื้อเชื่อมไปใช้เป็นน้ำหนักสั่งซื้อโดยตรงจะทำให้ลวดไม่พอ ต้องแยกให้ออกระหว่างสองค่านี้
- น้ำหนักเนื้อเชื่อม คือโลหะที่ต้องเติมลงในรอยต่อ
- น้ำหนักลวดที่ต้องซื้อ คือน้ำหนักเนื้อเชื่อมหารด้วยประสิทธิภาพการเติมโลหะ
วิธีที่ 1: ทดลองเชื่อมจริงแล้วนับ แม่นที่สุด
เอกสาร WLD 225 แนะนำให้ใช้ข้อมูลจากประสบการณ์จริงในพื้นที่ทำงานเป็นหลัก เพราะปริมาณลวดต่อความยาวแนวเชื่อมเปลี่ยนตามวิธีทำงาน และช่างที่มีประสบการณ์น้อยอาจใช้ลวดมากกว่าช่างที่ชำนาญ
การทดลองควรใช้รอยต่อ วัสดุ ท่าเชื่อม ลวดเชื่อม และช่างชุดเดียวกับงานจริง หากงานมีหลายลักษณะรอยต่อ ควรแยกทดลองแต่ละลักษณะ ไม่ควรนำผลจากแนวเชื่อมง่ายไปใช้กับแนวเชื่อมที่ต้องเติมเนื้อโลหะมากกว่า
ขั้นตอนใช้งานมีดังนี้
- กำหนดช่วงทดลองบนรอยต่อที่มีรูปแบบเดียวกับงานจริง แล้ววัดความยาวช่วงนั้น
- เตรียมลวดเชื่อมเต็มเส้นสำหรับช่วงทดลอง ชั่งน้ำหนักไว้ หรือบันทึกจำนวนเส้นที่ใช้และชั่งลวดเต็มเส้นจำนวนนั้น
- ให้ช่างเชื่อมตามวิธีทำงานจริง พร้อมเก็บข้อมูลลวดที่เบิกใช้ เศษปลายลวด และลวดเต็มเส้นที่เหลือ
- หาน้ำหนักลวดที่ใช้ต่อเมตร แล้วคูณด้วยความยาวแนวเชื่อมทั้งหมด จากนั้นเพิ่มส่วนเผื่อตามความเสี่ยงของงานและปัดขึ้นเป็นจำนวนแพ็ค
สูตรสำหรับขยายผลคือ
ลวดที่ใช้ต่อเมตร = น้ำหนักลวดที่ใช้ในช่วงทดลอง ÷ ความยาวช่วงทดลอง
ลวดที่ต้องเตรียม = ลวดที่ใช้ต่อเมตร × ความยาวแนวเชื่อมทั้งหมด
ข้อดีของวิธีนี้คือข้อมูลสะท้อนพฤติกรรมจริง ทั้งการจุดอาร์กซ้ำ สะเก็ด เศษปลายลวด และฝีมือช่าง ข้อควรพิจารณาคือต้องมีเวลาและชิ้นงานสำหรับทดลอง หากเปลี่ยนช่าง เปลี่ยนรอยต่อ หรือเปลี่ยนวิธีเชื่อม ผลเดิมอาจไม่แทนงานใหม่ได้ดีพอ
วิธีที่ 2: คำนวณจากหน้าตัดแนวเชื่อม
หากยังสร้างชิ้นงานทดลองไม่ได้ ฝ่ายจัดซื้อหรือวิศวกรสามารถประมาณจากรูปทรงของแนวเชื่อมได้ หลักการคือหาปริมาตรจากพื้นที่หน้าตัดคูณความยาว แล้วแปลงปริมาตรเป็นน้ำหนักด้วยความหนาแน่นของเหล็ก
เอกสารข้อมูลทางเทคนิคของ ArcelorMittal ระบุความหนาแน่นของเหล็กที่ 7,850 กก./ลบ.ม. หรือ 7.85 กรัม/ลบ.ซม.
ใช้สูตรตามลำดับดังนี้
ปริมาตรแนวเชื่อม = พื้นที่หน้าตัดแนวเชื่อม × ความยาวแนวเชื่อม
น้ำหนักเนื้อเชื่อม = ปริมาตรแนวเชื่อม × ความหนาแน่นของเหล็ก
น้ำหนักลวดที่ต้องใช้ = น้ำหนักเนื้อเชื่อม ÷ ประสิทธิภาพการเติมโลหะ
ต้องจัดหน่วยให้ตรงกันก่อนคำนวณ หากพื้นที่ใช้ตารางมิลลิเมตรและความยาวใช้มิลลิเมตร ผลลัพธ์จะเป็นลูกบาศก์มิลลิเมตร จากนั้นจึงแปลงเป็นลูกบาศก์เซนติเมตรเพื่อคูณด้วย 7.85 กรัม/ลบ.ซม.
สำหรับแนวเชื่อมฟิลเลตขาเท่ากัน ซึ่งสมมติหน้าตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมและไม่รวมเนื้อเสริม พื้นที่หน้าตัดคำนวณได้จาก
พื้นที่หน้าตัด = ขาแนวเชื่อม × ขาแนวเชื่อม ÷ 2
วิธีนี้เหมาะกับการทำประมาณการเบื้องต้นและใช้ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของใบเบิกลวด แต่ผลลัพธ์ยังไม่แทนการทดลองจริง เพราะร่องห่าง เนื้อเสริม รูปร่างแนวเชื่อม และการสูญเสียระหว่างทำงานอาจเพิ่มปริมาณลวดที่ต้องใช้
ตัวอย่างคำนวณแนวเชื่อมฟิลเลตขา 6 มม.
สมมติงานเป็นแนวเชื่อมฟิลเลตขาเท่ากัน ขาแนวเชื่อม 6 มม. ความยาวรวม 10 ม. และใช้รูปสามเหลี่ยมเป็นหน้าตัดโดยไม่รวมเนื้อเสริม
| รายการ | วิธีคำนวณ | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|
| พื้นที่หน้าตัด | 6 × 6 ÷ 2 | 18 ตร.มม. |
| ความยาวแนวเชื่อม | 10 ม. | 10,000 มม. |
| ปริมาตรแนวเชื่อม | 18 × 10,000 | 180,000 ลบ.มม. |
| แปลงปริมาตร | 180,000 ลบ.มม. | 180 ลบ.ซม. |
| น้ำหนักเนื้อเชื่อม | 180 × 7.85 | 1,413 กรัม หรือประมาณ 1.41 กก. |
| ลวดที่ต้องใช้เมื่อประสิทธิภาพ 65% | 1.41 ÷ 0.65 | ประมาณ 2.17 กก. |
| ลวดที่ต้องใช้เมื่อประสิทธิภาพ 75% | 1.41 ÷ 0.75 | ประมาณ 1.88 กก. |
ตัวอย่างนี้แสดงว่าค่าเนื้อเชื่อม 1.41 กก. ไม่ใช่น้ำหนักลวดที่ควรสั่งซื้อ ต้องหารด้วยประสิทธิภาพการเติมโลหะก่อน จึงได้ช่วงประมาณ 1.88-2.17 กก.
ตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมเนื้อเสริมและร่องห่างของรอยต่อ การใช้จริงจึงอาจสูงกว่า ฝ่ายจัดซื้อควรนำค่าจากการคำนวณไปเทียบกับผลทดลองเชื่อมจริง แล้วใช้ค่าที่เหมาะกับหน้างานเป็นฐานสั่งซื้อ
ตารางสรุปตัวอย่างที่ประสิทธิภาพ 65% เทียบกับ 75%
| ประสิทธิภาพที่ใช้คำนวณ | น้ำหนักเนื้อเชื่อม | น้ำหนักลวดประมาณการ | ข้อควรพิจารณา |
|---|---|---|---|
| 65% | 1.41 กก. | 2.17 กก. | ใช้ลวดมากกว่า เพราะสมมติว่ามีส่วนสูญเสียมากกว่า |
| 75% | 1.41 กก. | 1.88 กก. | ใช้ลวดน้อยกว่า เพราะสมมติว่ามีโลหะเข้าสู่แนวเชื่อมมากกว่า |
ค่า 65% และ 75% เป็นกรอบทั่วไปจากเอกสาร PCC ไม่ใช่ค่ารับรองของลวดเชื่อมยี่ห้อหรือรุ่นใด หากต้องออกใบสั่งซื้อสำหรับโครงการจริง ให้ใช้ผลทดลองหน้างานเป็นหลัก
เลือกวิธีไหนเมื่อใด
| วิธี | เหมาะเมื่อ | ข้อดี | ข้อควรพิจารณา |
|---|---|---|---|
| ทดลองเชื่อมจริง | มีวัสดุ ช่าง และรอยต่อที่แทนงานจริงได้ | สะท้อนการสูญเสียและฝีมือช่างจริง | ต้องเตรียมช่วงทดลองและควบคุมเงื่อนไขให้ใกล้เคียงงาน |
| คำนวณจากหน้าตัด | ต้องทำประมาณการก่อนเริ่มงาน | ตรวจสอบที่มาของตัวเลขได้เป็นขั้นตอน | ต้องทราบรูปทรงและความยาวแนวเชื่อม และยังไม่รวมความคลาดเคลื่อนหน้างาน |
แนวทางที่รัดกุมคือเริ่มด้วยวิธีคำนวณเพื่อจัดทำงบประมาณ แล้วใช้การทดลองเชื่อมปรับค่าก่อนยืนยันยอดสั่งซื้อ วิธีนี้ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้ออธิบายที่มาของปริมาณได้ และช่วยลดทั้งความเสี่ยงลวดไม่พอกับการสั่งเกินโดยไม่มีข้อมูลรองรับ
สั่งซื้อลวดเชื่อมให้พอดีงาน
เมื่อได้ปริมาณเป็นกิโลกรัมแล้ว อย่าสั่งตามเลขทศนิยมทันที ให้ตรวจว่าลวดรุ่นที่เลือกจำหน่ายเป็นหน่วยใด แล้วปัดขึ้นเป็นจำนวนแพ็คเต็ม การปัดลงอาจทำให้ลวดขาดระหว่างงาน ส่วนลวดที่เหลือต้องมีพื้นที่จัดเก็บเหมาะกับชนิดลวด
ก่อนขอราคา ควรเตรียมข้อมูลเหล่านี้ให้ครบ
- รุ่นและขนาดลวดเชื่อมที่ต้องการ
- น้ำหนักที่ได้จากการทดลองหรือการคำนวณ
- รูปแบบรอยต่อ ความยาวรวม และท่าเชื่อม
- จำนวนแพ็คหลังปัดขึ้น
- สถานที่และกำหนดส่งของ
หากใช้ลวดไฮโดรเจนต่ำ ควรวางแผนการเก็บรักษาควบคู่กับปริมาณสั่งซื้อ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความ ลวดเชื่อม E7018 และการจัดเก็บ ส่วนผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกลวดรุ่นใด สามารถอ่าน วิธีเลือกลวดเชื่อมให้เหมาะกับงาน และเปรียบเทียบปัจจัยซื้อจากบทความ ลวดเชื่อมราคาถูกกับราคาแพงต่างกันอย่างไร
ดูสินค้าได้ที่หมวด ลวดเชื่อม หรือ หมวดลวดเชื่อมไฟฟ้า ThaiBuyTools จำหน่ายลวดเชื่อมแบบยกแพ็ค พร้อมบริการเสนอราคาสำหรับโรงงาน ผู้รับเหมา และงานโครงการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ลวดเชื่อม 1 กิโลเชื่อมได้กี่เมตร?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกงาน เพราะความยาวที่เชื่อมได้ขึ้นอยู่กับขนาดหน้าตัดรอยต่อ ท่าเชื่อม การเติมเนื้อ และฝีมือช่าง วิธีที่เชื่อถือได้คือทดลองเชื่อมช่วงที่วัดความยาวไว้ แล้วหากิโลกรัมต่อเมตร หรือคำนวณน้ำหนักเนื้อเชื่อมจากหน้าตัดก่อนหารด้วยประสิทธิภาพ 65-75%
ทำไมใช้ลวดจริงมากกว่าปริมาณที่คำนวณ?
สูตรอาจคำนวณจากรูปทรงแนวเชื่อมในอุดมคติ โดยไม่รวมเนื้อเสริมและร่องห่าง ขณะทำงานยังมีสารพอกหุ้ม สะเก็ด และเศษปลายลวดที่ไม่ได้กลายเป็นเนื้อเชื่อม หากช่างจุดอาร์กซ้ำหรือทิ้งเศษปลายยาว ปริมาณใช้จริงก็จะสูงขึ้น จึงควรตรวจสูตรด้วยการทดลองหน้างาน
ควรเผื่อลวดเชื่อมกี่เปอร์เซ็นต์?
ไม่ควรกำหนดเปอร์เซ็นต์เผื่อเดียวสำหรับทุกโครงการ ช่วงประสิทธิภาพ 65-75% รวมการสูญเสียทั่วไปไว้ส่วนหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่แทนความคลาดเคลื่อนจากร่องห่าง เนื้อเสริม หรือวิธีทำงาน ให้ใช้ผลทดลองเชื่อมจริงเป็นฐาน เพิ่มส่วนเผื่อตามความเสี่ยงที่พบ และปัดขึ้นตามจำนวนแพ็คที่จำหน่าย
ช่างใหม่ใช้ลวดมากกว่าช่างชำนาญไหม?
เอกสาร WLD 225 ระบุว่าช่างที่มีประสบการณ์น้อยจะใช้ลวดมากกว่า เพราะฉะนั้นการประมาณจากผลงานของช่างชำนาญเพียงคนเดียวอาจต่ำกว่าการใช้จริงของทีม หากโครงการมีช่างหลายระดับ ควรทดลองด้วยทีมที่จะทำงานจริงและเก็บข้อมูลปริมาณลวดต่อเมตรจากหน้างานนั้น
ควรใช้ประสิทธิภาพ 65% หรือ 75% คำนวณ?
ทั้งสองค่าเป็นขอบเขตทั่วไปจากเอกสาร PCC ไม่ใช่ค่าประจำรุ่น หากยังไม่มีผลทดลอง การคำนวณทั้ง 65% และ 75% จะช่วยให้เห็นช่วงปริมาณที่อาจต้องใช้ โดย 65% ให้ยอดลวดสูงกว่า จากนั้นจึงตรวจสอบด้วยงานทดลองก่อนยืนยันยอดสั่งซื้อ
สั่งลวดเชื่อมสำหรับโครงการกับ ThaiBuyTools อย่างไร?
แจ้งรุ่น ขนาด ปริมาณที่คำนวณได้ จำนวนแพ็ค สถานที่ส่ง และกำหนดใช้งาน ทีมงานจะช่วยตรวจรายการและจัดทำใบเสนอราคา มีลวดเชื่อมของแท้ 100% ราคาส่งและราคาโรงงาน พร้อมบริการส่งด่วน กรุงเทพฯ ภายใน 3 ชม. / EEC วันถัดไป / ทั่วประเทศ 1-3 วัน
สรุป: คำนวณก่อน ทดลองยืนยัน แล้วปัดขึ้นเป็นแพ็ค
การคำนวณลวดเชื่อมเริ่มจากแยกน้ำหนักเนื้อเชื่อมออกจากน้ำหนักลวดที่ต้องซื้อ สำหรับงานที่ทดลองได้ ให้หาปริมาณลวดต่อเมตรจากรอยต่อและช่างจริง สำหรับงานที่ยังทดลองไม่ได้ ให้คำนวณจากพื้นที่หน้าตัด ความยาว และความหนาแน่น 7.85 กรัม/ลบ.ซม. ก่อนหารด้วยประสิทธิภาพ 65-75%
อย่าใช้คำตอบแบบกิโลกรัมต่อเมตรจากงานอื่นโดยไม่ตรวจรูปแบบรอยต่อ เมื่อตัวเลขพร้อมแล้ว ให้เพิ่มส่วนเผื่อตามความเสี่ยงจริงและปัดขึ้นตามหน่วยบรรจุ
ThaiBuyTools มีประสบการณ์กว่า 40 ปี ให้บริการลูกค้ามากกว่า 10,000 ราย เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Kobelco (KOBE), YAWATA และ Gemini พร้อมบริการของแท้ 100%, ราคาส่ง/ราคาโรงงาน, One-Stop Service, ปรึกษาฟรี และรับสั่งสินค้าพิเศษ
ขอใบเสนอราคาลวดเชื่อมสำหรับโรงงานและโครงการ
โทร 080-829-8889, 098-825-4375 · LINE OA @TBTOOL · Email phantira.r@kvsengineer.com
รุ่นที่กล่าวถึงในคู่มือ
1 รุ่น เปิดรุ่นเพื่อดูขนาดและขอราคา
ขายดี
ส่งรายการ ได้ราคาใน 2 ชม. ในเวลาทำการ
ส่งรุ่นและขนาดที่ต้องการ หรือบอกชนิดงานเชื่อม ทีมงานช่วยเลือกให้ฟรี
